Money Site

วิธีเริ่มสร้างเงินสำรองฉุกเฉินก้อนแรก

เผยแพร่เมื่อ

วิธีเริ่มสร้างเงินสำรองฉุกเฉินก้อนแรก

เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินที่กันไว้เฉพาะสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล หรือการตกงานกะทันหัน ไม่ใช่เงินสำหรับไปเที่ยวหรือซื้อของที่วางแผนไว้แล้ว หน้าที่เดียวของมันคือรออยู่เฉย ๆ จนกว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพื่อให้เรารับมือได้โดยไม่ต้องก่อหนี้หรือทำให้แผนการเงินโดยรวมสะดุด

ถ้ายังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน การคิดว่าต้องสร้างก้อนใหญ่ให้ครบอาจดูเป็นเรื่องหนักใจ ข่าวดีคือไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาทั้งหมดในวันเดียว เงินสำรองฉุกเฉินก้อนแรก คือเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริงมากกว่า ซึ่งจะช่วยให้พ้นจากสถานะที่เสี่ยงที่สุด นั่นคือการไม่มีเงินออมเลย

ทำไมเงินสำรองก้อนแรกถึงสำคัญ

ปัญหาการเงินส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งเดียว แต่มักมาจากค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่ไม่ได้วางแผนไว้และเกิดขึ้นในจังหวะที่ไม่เหมาะสม หากไม่มีเงินออมเลย แม้ค่าใช้จ่ายที่ไม่มากนักก็อาจบังคับให้ต้องพึ่งบัตรเครดิตหรือเงินกู้ ซึ่งจะเพิ่มภาระดอกเบี้ยเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง

เงินสำรองฉุกเฉินก้อนแรกช่วยตัดวงจรนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องครอบคลุมทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้ แค่เพียงพอสำหรับรองรับเรื่องไม่คาดฝันขนาดเล็กถึงกลางที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่มีปัญหา

ตั้งเป้าหมายแรกให้เล็กและชัดเจน

แทนที่จะตั้งเป้าไปที่ "เงินสำรองสามถึงหกเดือนของค่าใช้จ่าย" ซึ่งเป็นแนวทางระยะยาวที่พบได้ทั่วไป ให้เลือกตัวเลขที่เล็กลงและจับต้องได้ ตามรายได้และค่าใช้จ่ายปัจจุบันของตัวเอง ตัวเลขที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับค่าครองชีพ ความมั่นคงของงาน และภาระหนี้ที่มีอยู่

สิ่งสำคัญคือเป้าหมายต้องชัดเจนและเล็กพอที่จะไม่รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ เป้าหมายคลุมเครืออย่าง "ออมให้มากขึ้น" นั้นลงมือทำได้ยาก แต่ตัวเลขที่ชัดเจนจะช่วยให้ติดตามความคืบหน้าได้ และมีจุดที่บอกตัวเองได้ว่า "ทำสำเร็จแล้ว" ก่อนจะไปต่อในขั้นถัดไป

ตั้งระบบออมอัตโนมัติเท่าที่ทำได้

วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดวิธีหนึ่งในการสร้างเงินออมคือการทำให้มันเกิดขึ้นอัตโนมัติ หากธนาคารหรือนายจ้างอนุญาตให้ตั้งการโอนเงินอัตโนมัติเข้าบัญชีออมทรัพย์แยกต่างหากทันทีหลังวันเงินเดือนออก จะช่วยลดการพึ่งพาความมีวินัยในแต่ละเดือน เพราะเงินที่ถูกโอนไปก่อนที่เราจะเห็นมันมักจะถูกใช้จ่ายน้อยกว่า

การแยกเงินสำรองไว้ในบัญชีต่างหาก ไม่ปนกับบัญชีที่ใช้จ่ายประจำวัน ก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะลดโอกาสที่จะหยิบเงินก้อนนี้มาใช้ในเรื่องที่ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน และยังทำให้ติดตามความคืบหน้าของเงินสำรองแยกจากยอดเงินใช้จ่ายปกติได้ง่ายขึ้น

หาเงินมาออมโดยไม่ต้องปรับงบประมาณทั้งหมด

ไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณที่สมบูรณ์แบบก่อนจึงจะเริ่มออมได้ ลองมองหาค่าใช้จ่ายประจำที่พอจะตัดหรือพักไว้ชั่วคราวได้บ้าง เช่น บริการสมัครสมาชิกที่แทบไม่ได้ใช้ ลดการกินข้าวนอกบ้านสักระยะ หรือนำเงินก้อนพิเศษที่ได้รับ เช่น เงินคืนภาษีหรือโบนัส มาใส่เข้าเงินสำรองโดยตรง เงินจำนวนน้อยแต่สม่ำเสมอจะรวมกันได้เร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับระบบออมอัตโนมัติ

กำหนดให้ชัดว่าอะไรคือ "เหตุฉุกเฉิน"

ก่อนที่จะต้องใช้เงินสำรองจริง ๆ ควรคิดไว้ล่วงหน้าว่าอะไรคือเหตุฉุกเฉินที่แท้จริง ต่างจากค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ควรมีงบประมาณแยกต่างหาก เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็น หรือการตกงาน ถือเป็นตัวอย่างของเหตุฉุกเฉิน ส่วนค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้า เช่น การท่องเที่ยว การต่ออายุประกันประจำปี หรือค่าบำรุงรักษาตามรอบ ควรมีเงินออมแยกเป็นหมวดของตัวเอง เพื่อไม่ให้ค่อย ๆ กัดกินเงินสำรองฉุกเฉินโดยไม่รู้ตัว

การกำหนดขอบเขตนี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่ต้องมาตัดสินใจตอนที่กำลังเครียดกับเหตุฉุกเฉินอยู่แล้ว

หลังจากมีเงินสำรองก้อนแรกแล้ว

เมื่อทำเป้าหมายแรกสำเร็จแล้ว มีทางเลือกให้พิจารณาต่อ ไม่ว่าจะเป็นการออมต่อเพื่อสร้างเงินสำรองให้มากขึ้น หรือหันไปให้ความสำคัญกับเป้าหมายการเงินอื่น เช่น การเร่งจ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ควบคู่ไปกับการออมต่อในจำนวนที่น้อยลง ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ภาระหนี้ และความมั่นคงของรายได้ของแต่ละคน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนจากการไม่มีเงินสำรองเลย มาเป็นการมีเงินสำรองบ้าง ก้าวแรกนี้มักเป็นก้าวที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นก้าวที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดเช่นกัน